โรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ (ปฐมวัย)

ฝึกลูกรักให้รู้จักช่วยเหลือตัวเอง

วันที่ 01 ก.ย. 2560
ผู้เข้าชม : 501
• ทำไมต้องฝึกให้ลูกรู้จักช่วยเหลือตัวเอง 
เมื่อไม่นานมานี้ผมได้พบวัยรุ่นอายุ 17 ปีที่ขัดแย้งรุนแรงกับคุณแม่ เหตุเพราะคุณแม่สั่งให้เก็บข้าวของหนังสือในห้องนอนตัวเองแล้วไม่ยอมทำ เสื้อ กางเกง ถุงเท้า ผ้าเช็ดตัว ถอดตรงไหนก็วางตรงนั้น แม่ก็บ่น ดุว่า แม่โกรธมากๆเข้าก็เผลอใช้คำหยาบ บางทีก็ตีไป ลูกเป็นวัยรุ่นแล้วก็ยิ่งต่อต้านแม่ด้วยความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นั่นก็เพราะตั้งแต่เด็กคุณแม่ไม่เคยฝึกให้ลูกรู้จักช่วยเหลือตัวเองเลย เรายังพบเห็นเด็กซึ่งพ่อแม่หรือพี่เลี้ยงยังต้องป้อนข้าวอยู่บ่อยๆ ผมพบเห็นเด็กอายุมากขึ้นเรื่อยๆ เคยพบเด็กคนหนึ่งอายุ 10 ปีแล้ว พี่เลี้ยงยังต้องป้อนข้าวให้ ทั้งทั้งที่จริงๆ แล้ว ตามพัฒนาการนั้น เด็กสามารถใช้มือตักข้าวกินเองได้ตั้งแต่อายุ 1- 1 ปีครึ่ง บางคนถามว่าทำไมต้องฝึกให้ลูกทำอะไรด้วยตัวเอง เช่นกินข้าวเอง อาบน้ำแต่งตัวเอง ก็มีคนงานพี่เลี้ยงอยู่แล้ว มิเช่นนั้นจะจ้างเขามาทำไมกัน คำตอบคือการฝึกให้ลูกรู้จักช่วยเหลือตัวเองย่อมมีประโยชน์และผลดี ก็คือมันเป็นส่วนหนึ่งของการสอนลูกให้รู้เรื่องกฏเกณฑ์ ระเบียบวินัย นั่นเอง นอกจากนี้ยังมีประโยชน์อื่นๆ ดังต่อไปนี้ครับ
 
• ได้ฝึกทักษะกล้ามเนื้อมือ
การฝึกให้ลูกรู้จักช่วยเหลือตัวเองเช่นการกลัดกระดุม ผูกเชือกรองเท้า เป็นการฝึกทักษะการทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อและสายตา แล้ว เป็นที่น่ายินดีว่าปัจจุบันนี้โรงเรียนต่างๆ หันมาให้ความสำคัญต่อทักษะในการช่วยเหลือตัวเองมากขึ้นครับ เช่นการสอบเข้าชั้นประถมบางโรงเรียนเริ่มให้สอบผูกเชือกรองเท้าโดยมีการวัดผลที่เป็นระบบ เด็กที่ไม่เคยฝึกการช่วยเหลือตนเองย่อมทำคะแนนได้ต่ำกว่า
 
• เรียนรู้การแก้ปัญหา ( Problem solving skills )
การฝึกเด็กให้รู้จักช่วยเหลือตัวเองจะ ช่วยพัฒนาทักษะในการแก้ไขปัญหา เช่นเด็กที่ต้องจัด เตรียมอุปกรณ์การเรียนและเสื้อผ้า ชุดนักเรียนไปโรงเรียนเอง เมื่อเกิดปัญหาเช่น หาไม้บรรทัดหรือหาเข็มขัดลูกเสือไม่เจอ จะทำอย่างไร เด็กจะเรียนรู้การขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่เรียนรู้การวางแผนล่วงหน้าเพื่อวางของให้ค้นหาง่ายจะได้ไม่เกิดปัญหาในครั้งต่อๆ ไป ซึ่งต่างจากเด็กที่มีคนหาอุปกรณ์การเรียน เสื้อผ้า เตรียมไว้ให้หมดทุกอย่าง อาจไม่เคยพบปัญหาเลยหรือเมื่อเกิดปัญหาก็ไม่ต้องเรียนรู้อะไรเพราะมีคนคอยแก้ไขให้หมดแล้ว
 
• ฝึกความรับผิดชอบ
ตัวอย่างจริงของเด็กอายุ 3 ขวบ สองคน ซึ่งได้รับการอบรมเลี้ยงดูที่ต่างกัน เด็กคนแรกอยู่ที่บ้านพ่อแม่สอนให้รู้จักกฏเกณฑ์ ระเบียบ วินัย ฝึกให้ลูกรู้จักช่วยเหลือตัวเองตามวัย รู้จักใส่เสื้อผ้าเอง อาบน้ำเอง กินข้าวเอง เก็บของเล่นเอง ตรงกันข้ามกับเด็กอีกคนหนึ่งที่บ้านทุกคนตามใจหมด อยากได้อะไรต้องได้ ทุกคนต้องยอมตาม พ่อแม่ไม่เคยฝึกให้ช่วยเหลือตัวเอง อาจ 3 ขวบ แล้วยังต้องป้อนข้าวให้ แค่พูดว่า " จะกินน้ำ " น้ำก็มา ( คือมีคนรีบเอาแก้วน้ำมาให้ ) ไม่เคยอาบน้ำ แต่งตัวเอง ทั้งทั้งที่จริงทำได้ เวลาแต่งตัวเพียงแค่ยกแขน ยกขา ทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย เด็กสองคนนี้ทันทีที่เข้าโรงเรียนอนุบาลวันแรกก็แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ตัวอย่างง่ายๆ เช่นหลังตื่นนอนกลางวัน ที่โรงเรียนเด็กคนแรกลุกขึ้นมา ก็พับเก็บผ้าห่ม หมอน และที่นอน โดยคุณครูไม่ต้องบอก เพราะที่บ้านเขาทำเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เมื่อพับเก็บของตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว ยังมีเวลาเหลือพอไปช่วยพับเก็บของเพื่อนอีก คุณครูเห็นว่ารับผิดชอบดีแบบนี้ก็อดชมเสียไม่ได้ เด็กคนนี้ เมื่อได้รับคำชม ก็เกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง ( Self esteem ) ซึ่งมีค่ามากต่อเด็ก ก็จะมีพฤติกรรมดีต่อเนื่องและมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อหันมามองเด็กอีกคนที่พ่อแม่ไม่ได้ฝึกอบรมมา ท่านผู้อ่านคงเดาภาพออกว่าจะแตกต่างกันอย่างไรบ้าง เขาไม่เก็บ ไม่ทำ อะไรทั้งสิ้น เพราะที่บ้านมีคนทำให้ตลอด ( ทำไมต้องทำเอง ) เด็กที่ฝึกการช่วยเหลือตัวเองมาดี เมื่อเติบโตขึ้นก็ย่อมจะมีความรับผิดชอบต่อตนเองและรับผิดชอบต่อหน้าที่ดีตามมาครับ
 
• พร้อมรับการเรียนรู้